จดหมายอิเล็กทรอนิกส์
จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-Mail)
คือ
การส่งข้อความหรือข่าวสารจากบุคคลหนึ่งไปยังบุคคลอื่นๆ
ผ่านทางคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายเหมือนกับการส่งจดหมาย
แต่อยู่ในรูปแบบของสัญญาณข้อมูลที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์
โดยเปลี่ยนการนำส่งจดหมายจากบุรุษไปรษณีย์มาเป็นโปรแกรม และเปลี่ยนจากการใช้เส้นทางจราจรคมนาคมทั่วไปมาเป็นช่องสัญญาณรูปแบบต่างๆ
ที่เชื่อมต่อระหว่างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะตรงเข้ามาสู่ Mail
Box ที่ถูกจัดสรรใน Server ของผู้รับปลายทางทันที…
โปรโตคอลสำหรับรบส่งอีเมล
โปรโตคอลที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูลด้านอีเมลบนระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตประกอบด้วยSMTP
SMTP(simple message transfer protocol)ทำหน้าที่ส่งอีเมลเซิร์ฟเวอร์ของผู้ส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ของผู้รับจากกรณีตัวอย่าง
ในการส่งและรับอีเมลการทำงานของ
application protocolDNS (Domain Name Server)
DNS (Domain Name Server )กลไกการทำงานของ DNS มีขั้นตอนอย่างง่ายๆ ดังรูปที่ 1 โดยในที่นี้จะไม่ขอกล่าวถึงรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆ
ซึ่งมีอยู่มากและยังมีโปรโตคอลพิเศษคอยทำหน้าที่ต่างๆอยู่เบื้องหลังด้วย เช่น
โปรโตคอล ARP ช่วยแปลงค่า IP address เป็นค่าฮาร์ดแวร์ เป็นต้น ตามรูปการทำงานของ DNS มีขั้นตอนที่สามารถอธิบายรายละเอียดได้ดังนี้
1. เครื่องคอมพิวเตอร์ลูกข่าย
(client) ที่มี domain
เป็น abccompany.com
ต้องการติดต่อกับเว็บไซต์ที่ชื่อ
www.xyz.com ดังนั้นเครื่องไคลเอนด์นี้
จะส่งคำสั่งขอข้อมูลหมายเลข IP address ด้วยกลไก resolver ไปที่ DNS server ที่ดูแล zone ของตนอยู่ คือ domain
abccompany.com ในกรณีนี้สมมุติว่าฐานข้อมูลที่มีใน
DNS server ไม่มีข้อมูลหมายเลข
IP address ของ www.xyz.com
ทั้งนี้เพราะ DNS
server ของ zone
abccompany.com จะดูแลฐานข้อมูลเฉพาะเครื่องลูกข่ายตนเอง
ดังนั้น DNS server นี้ก็จะส่งคำสั่งขอข้อมูลต่อไปยัง DNS server ที่อยู่ระดับบนกว่า
ซึ่งได้กำหนดเอาไว้ให้เป็นเครื่อง DNS server ของบริษัทผู้ให้บริการ ISP นั่นเอง
2. เมื่อ DNS server ของ abc.company.com ส่งคำสั่งขอข้อมูลต่อไปยัง DNS
server ของบริษัทผู้ให้บริการ
ISP แล้ว เครื่อง DNS
server ของ ISP ก็จะค้นหาข้อมูลจากฐานข้อมูลของตนเช่นเดียวกัน
ในกรณีนี้สมมุติว่ายังไม่มีข้อมูล IP address ของ www.xyz.com อีกเหมือนกัน เครื่อง DNS
server ของบริษัท ISP จะส่งคำสั่งขอข้อมูลต่อออกไปยังเครื่อง DNS server
ในระดับบนขึ้นไปอีกซึ่งก็ได้มีการกำหนดไว้ว่าเป็นเครื่อง
root server
3. เมื่อ DNS server ของ abc.company.com ส่งคำสั่งขอข้อมูลต่อไปยัง DNS
server ของบริษัทผู้ให้บริการหรือ
ISP แล้ว เครื่อง DNS
server ของISP ก็จะค้นหาข้อมูลจากฐานข้อมูลของตนเช่นเดียวกัน
ในกรณีนี้สมมุติว่ายังไม่มีข้อมูล IP address ของ www.xyz.com อีกเหมือนกัน เครื่อง DNS
server ของ ISP จะส่งคำสั่งขอข้อมูลต่อออกไปยังเครื่อง DNS
server ในระดับบนขึ้นไปอีก
ซึ่งก็ได้มีการกำหนดไว้ว่าเป็น root server
4. คำสั่งขอข้อมูลถูกส่งต่อไปยัง DNS
server ของ root เพราะดูแลฐานข้อมูลของ domain
name ในระดับสอง (.com)
5. ที่ DNS
root server แม้ว่าจะไม่มีข้อมูลหมายเลข
IP address ของ www.xyz.com
ก็ตาม
แต่มีข้อมูลที่ทราบว่า DNS server ที่ดูแล zone ของ domain xyz.com อยู่ที่ใด (มีหมายเลข IP
address อะไร) DNS
root server ก็จะส่งข้อมูลดังกล่าวไปให้
เพราะที่เครื่อง DNS SERVER ที่ดูแล domain xyz.com จะต้องมีข้อมูลของ IP
address ของ www.xyz.com
อยู่แน่นอน
6.
DNS server ของ ISP จะรับข้อมูล IP
address ของเครื่อง DNS
server ที่ดูแล zone ของ domain xyz.com เป็น 192.183.255.20 และแจ้งต่อไปให้ DNS
server ที่รับผิดชอบ domain
xyz.com อีกทีหนึ่ง
ในขั้นนี้เครื่อง DNS server ของบริษัท ISP จะเก็บค่าคำตอบเอาไว้ในหน่วยความจำแคชเพื่อใช้กรณีที่มีการเรียกข้อมูลซ้ำอีกในอนาคต
จะได้ส่งคำตอบไปให้เลยโดยไม่ต้องไปขอข้อมูลซ้ำอีก ค่าที่เก็บเอาไว้จะมีระยะเวลาที่ต้องปรับปรุงข้อมูลใหม่ตามค่าในฟีลด์
TTL ที่กำหนดไว้ใน
resource record
7. DNS server ของบริษัท abccompany.com จะรับข้อมูลหมายเลข IP
address ของเครื่อง DNS
server ที่ดูแล zone ของ domain xyz.com ตามที่เครื่อง DNS
server ของ ISP ส่งมาให้ และเก็บลงหน่วยความจำแคชของตนเองเช่นกัน
เผื่อมีการเรียกใช้อีกในอนาคต แล้วส่งคำสั่งไปถามข้อมูลว่าเครื่อง www.xyz.com
อยู่ที่ไหน (มีหมายเลข
IP address อะไร)
8.
DNS server ของ domain
xyz.com ตรวจสอบข้อมูลและแจ้งว่าเครื่อง
www.xyz.com อยู่ที่ IP
address 192.186.255.26 ข้อมูลถูกส่งกลับไปให้เครื่อง
DNS server ของ abccompany.com
9. คำตอบที่ DNS
server ของ abccompany.com
ได้รับจะถูกส่งต่อให้กับเครื่องไคลเอนต์ที่ต้องการและก็จัดเก็บข้อมูลลงหน่วยความจำแคชเช่นกัน
10. เมื่อเครื่องลูกข่ายทราบว่า
www.xyz.com มีหมายเลข IP
address อยู่ที่ 192.183.255.26
ก็จะติดต่อกับเครื่อง
www.xyz.com โดยถ้าใช้งานเว็บก็จะสร้างการเชื่อมต่อโดยโปรโตคอล
HTTP และใช้งาน port
80 เพื่อเรียกดูข้อมูลในเว็บไซต์นั้นต่อไป
ตามกลไกลของ TCP/IP อาจมีผู้สงสัยว่าในการทำงานของ DNS server ทั้งหลายในเครือข่ายอินเตอร์เน็ตนั้นมีวิธีการจัดการอย่างไร
ซึ่งสามารถอธิบายได้ง่ายๆ ตามขั้นตอนดังกล่าวที่ผ่านมา ซึ่งจะเห็นว่า DNS
server จะถูกจัดลำดับในการดูแลฐานข้อมูลแยกกันตามกลุ่ม
โดยแบ่งลำดับชั้นให้สอดคล้องกับการกำหนดชื่อ domain และในแต่ละลำดับของ DNS
server นี้จะทราบว่าถ้าต้องการติดต่อขอข้อมูลจากลำดับบนขึ้นไปจะติดต่อได้จากหมายเลข
IP address อะไร
โดยในชั้นบนสุดเป็น root ที่จะดูแลข้อมูลของ domain ลำดับที่สองและย่อยลงไปตามชั้น
และแต่ละเซิร์ฟเวอร์ที่ดูแล domain ของตนก็จะเรียกว่าเซิร์ฟเวอร์นั้นมีสิทธิ์ในการรับผิดชอบ
zone ของตนเอง
การลงทะเบียนขอชื่อ Domain Name แหล่งข้อมูล
รูปแบบของอีเมล และอีเมลแอดเดรส
1. รูปแบบของอีเมลรูปแบบของอินเทอร์เน็ตอีเมล
จะใช้ในลักษณะของ RFC 2822 และรูปแบบของชุด RFCs (RFC 2045 ถึง
RFC 2049) ซึ่งเรียกรวมว่า MIME อินเทอร์เน็ตอีเมล
ประกอบไปด้วย 2 ส่วนหลักแยกจากกัน
2. 1.ส่วนหัวHeader E-mail ส่วนหัวของอีเมล
กำหนดตามมาตรฐาน RFC 2822 โดยทั่วไปส่วนหัวประกอบด้วยข้อความและตามด้วยเครื่องหมาย
“:” และตามด้วยข้อมูล ในแต่ละข้อมูลจะประกอบไปด้วยอย่างน้อย 4
หัวข้อ ได้แก่จาก: ที่อยู่อีเมลผู้ส่ง และอาจจะประกอบด้วย
ชื่อและนามสกุลถึง: ที่อยู่อีเมลผู้รับ และอาจจะประกอบด้วย ชื่อและนามสกุล
สามารถมีได้มากกว่า 1 คน แยกกันด้วย เครื่องหมาย “,”หัวข้อเรื่อง:
สรุปเนื้อความของข้อมูลเพื่อให้ผู้รับสามารถเข้าใจเนื้อหาของข้อความคร่าวๆ วันที่:
วันและเวลาจากเครื่องผู้ส่ง
3. 2. ส่วนเนื้อความส่วนเนื้อความของอีเมลเป็นเนื้อหาที่ต้องการสื่อสาร
ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ และอาจแนบไฟล์ไปกับเนื้อหาได้ด้วยการแบ่ง MIME แบบ
multipart
4. คำถาม เรื่อง รูปแบบอีเมล1. รูปแบบของอินเตอร์เน็ตอีเมลจะใช้ในลักษณะอะไร2.
โดยทั่วไปส่วนหัวประกอบด้วยอะไรบ้าง3. รูปแบบของชุดRFCs
เรียกรวมว่าอะไร4. รูปแบบของอีเมลประกอบด้วยอะไรบ้าง5.
รูปแบบของอีเมลแบ่งเป็นกี่ส่วน6. ส่วนหัวประกอบด้วยอะไรบ้าง7.
ในแต่ละข้อมูลประกอบด้วยอะไรบ้าง8. อีเมลมีข้อดีต่อผู้ใช้บริการอย่างไร
จงอธิบาย9. อีเมลมีข้อเสียต่อผู้ใช้บริการอย่างไร
จงอธิบาย10. คุณคิดว่าอีเมลในปัจจุบันนั้นดีอย่างไร
5. คำตอบ เรื่อง รูปแบบอีเมล1.ใช้ในลักษณะของ
RFC 2822 และรูปแบบของชุด RFCs (RFC 2045 ถึง
RFC 2049) 2.ประกอบด้วยข้อความและตามด้วยเครื่องหมาย
“:” และตามด้วยข้อมูล ในแต่ละข้อมูลจะประกอบไปด้วยอย่างน้อย 4
หัวข้อ ได้แก่-จาก: ที่อยู่อีเมลผู้ส่ง และอาจจะประกอบด้วย
ชื่อและนามสกุล-ถึง: ที่อยู่อีเมลผู้รับ และอาจจะประกอบด้วย ชื่อและนามสกุล
สามารถมีได้มากกว่า 1 คน แยกกันด้วย เครื่องหมาย “,”-หัวข้อเรื่อง:
สรุปเนื้อความของข้อมูลเพื่อให้ผู้รับสามารถเข้าใจเนื้อหาของข้อความ คร่าวๆ-วันที่:
วันและเวลาจากเครื่องผู้ส่งหัวข้ออื่น ๆ ได้แก่-สำเนา: (Cc, Carbon copy) ใช้สำหรับในการส่งข้อความเดียวกันให้คนอื่น3.
MIME4.ส่วนหัว และ ส่วนเนื้อความ5. 2 ส่วนหลัก6.ประกอบไปด้วย
4 หัวข้อ ได้แก่-จาก: ที่อยู่อีเมลผู้ส่ง และอาจจะประกอบด้วย
ชื่อและนามสกุล-ถึง: ที่อยู่อีเมลผู้รับ และอาจจะประกอบด้วย ชื่อและนามสกุล
สามารถมีได้มากกว่า 1 คน แยกกันด้วย เครื่องหมาย “,”-หัวข้อเรื่อง:
สรุปเนื้อความของข้อมูลเพื่อให้ผู้รับสามารถเข้าใจเนื้อหาของข้อความ คร่าวๆ-วันที่:
วันและเวลาจากเครื่องผู้ส่งหัวข้ออื่น ๆ ได้แก่-สำเนา: (Cc, Carbon copy) ใช้สำหรับในการส่งข้อความเดียวกันให้คนอื่น
(ในสมัยที่ใช้เครื่องพิมพ์ดีด กระดาษคาร์บอน ใช้ซ้อนในการพิมพ์จดหมาย)7.ชื่อและนามสกุล
ที่อยู่ อีเมลผู้รับ8.อีเมลมีข้อดีคือ
ทำให้เรามารถติดต่อสื่อสารกันแบบไร้พรมแดนและรวดเร็วทันใจ9.ในบางครั้งก็ขาด
ความเป็นส่วนตัวและถ้าขาดการป้องกันที่ดีข้อมุลบางอย่างอาจรั่วไหลได้10.ทำ
ให้เราสามารถติดต่อสื่อสารกับผู้อื่นได้สะดวกรวดเร็ว แบบไร้พรมแดน
ประเภทของอีเมล
เว็บไซต์ที่ให้บริการฟรีอีเมล์มีอยู่มากมาย
แต่ถ้าหากจะแยกประเภทของการใช้งาน สามารถแยกออกได้เป็น 2 แบบดังนี้
E-Mail แบบ POP
เป็น E-Mail อีกชนิดหนึ่ง ที่มีความสะดวกในการใช้งาน มาก
เนื่องจากสามารถเช็คเมล์ได้จาก software เช็คเมล์ใดก็ได้ แต่ผู้ใช้จะต้องทำการ
setup ใช้งานเอง เช่น การเซ็ทค่า incoming mail server ค่า outgoing mail server และอื่นๆ ซึ่งจะเป็นพื้นฐานอย่างดี สำหรับท่านที่คิดจะมี web site เป็นของตัวเองในโอกาสต่อไป เนื่องจากจะมีการใช้งานเมล์แบบนี้หมด
และเมื่อถึงวันนั้นก็คงจะช่วยกัน โกยเงินดอลลาร์เข้าบ้านเรามั่ง
ส่วนข้อดีของเมล์แบบนี้ จะสามารถเช็คเมล์ได้รวดเร็ว สะดวก
ไม่มีขยะปนมากับเนื้อหาที่สำคัญไม่ต้องเข้ามาที่ web site นี้บ่อยๆ สามารถ insert ไฟล์ได้
ลักษณะของ POP
- ใช้โปรแกรมเฉพาะ เช่น Eudora หรือ Netscape
mail เป็นต้น
- เครื่องที่ใช้อ่าน E-Mail มักเป็นเครื่องส่วนตัว
- มีคนนิยมใช้กันเกือบครึ่งโลก
- บางแห่งยังให้บริการทั้ง telnet, POP และ IMAP
- Server ที่ให้บริการมักเป็นระบบ
UNIX หรือ LINUX
ข้อดี
- อยู่ในเครื่อง อ่านเมื่อไรก็ได้
- Offline จึงเร็ว
- Upload ครั้งเดียว
สั่ง Disconnect ได้
ข้อเสีย
-
ถ้า Download มาแล้ว จะไม่อยู่ใน server
- ผู้ให้บริการที่มีชื่อ ดี ๆ มีน้อย
-จำกัดว่าต้อง
อ่านกับเครื่องที่ setup
ไว้
E-Mail แบบ WEB
Based
E-Mail แบบ Web
based เป็น E-Mail แบบที่เรารู้จักกันเช่น hotmail.com yahoo.com chaiyo.com หรือแม้แต่ thaiall.com ก็ยังเป็น Web based email เพราะผู้ให้บริการพอใจ ที่จะให้บริการมากกว่า POP เนื่องจากการอ่าน หรือส่ง mail ผู้ใช้บริการจะต้องเข้ามายังเว็บของผู้ให้บริการทุกครั้ง
ต่างกับ pop ที่ผู้ใช้บริการ สามารถใช้โปรแกรมดูด mail ไปอ่าน โดยไม่ต้องเข้าเว็บของผู้ให้บริการแต่อย่างใด
ลักษณะของ WEB Based
- เปิด email จากที่ใดก็ได้
- ใช้ browser ตัวใดก็ได้ เปิดอ่าน mail
- มีคนนิยมใช้กันเกือบครึ่งโลก
- เช่น hotmail.com chaiyo.com หรือ thaiall.com
ข้อดี
ข้อดี
- ใช้ browser ตัวใดก็ได้ เปิดอ่าน mail
- เปิดจากเครื่องใดก็ได้ที่ มีโปรแกรม browser
- มักมีบริการเสริมหลายอย่างประกอบ เช่นดูด pop ได้
ข้อเสีย
- ช้าเพราะมีระบบ graphic ใน sponsor มาก
- บางเว็บที่ให้บริการมีปัญหาภาษาไทย
-มักช้ากว่าการเปิด mail แบบอื่น
ขั้นตอนการขอใช้บริการอีเมล
ขั้นตอนการขอใช้บริการ
1.
ทำการของบัญชีผู้ใช้งานที่สำหนักคอมพิวเตอร์(ระบบจะทำการสร้างบัญชีผู้ใช้งานจดหมายอีเล็กทรอนิกส์ที่
ๆ ต้นชั่วโมง ดังนั้น ถ้าขอบัญชีตอน 11:05 จะสามารถใช้งานได้ในเวลาประมาณ 12:10 เป็นต้น)
2.
ทำการเปลี่ยนรหัสผ่าน โดยใช้บัญชีผู้ใช้งานของสำนักคอมพิวเตอร์
2.
ทำการเปลี่ยนได้ที่เครื่องที่สำนักคอมพิวเตอร์ให้บริการโดยการกด Ctrl + Alt + Del
แล้วเลือก Change Password
3.
เมื่อทำการเปลี่ยนรหัสผ่านแล้วจะสามารถใช้งานได้ที่ WindowsLive
1. โดยอีเมล์จะเป็น รหัสนิสิต@live.buu.ac.th
2. รหัสผ่านจะเป็น รหัสผ่านที่นิสิตกำหนดขึ้นมา
4.
สามารถดูเอกสารประกอบได้
การเขียนและการส่งจดหมาย
การเข้าถึงจดหมายจากกล่องรับจดหมาย:
- คลิ๊ก Inbox บนแถบเมนูหลัก.
- คลิ๊กบนหัวข้อของจดหมายที่คุณต้องการเปิดดู.
- วิธีการเข้าถึงจดหมายจากช่องเก็บเอกสารอื่น:
- คลิ๊ก Folders บนแถบเมนูหลัก.
- คลิ๊กที่ชื่อช่องเก็บเอกสารที่คุณต้องการเข้าถึง.
- คลิ๊กบนหัวข้อของจดหมายที่คุณต้องการเปิดดู.
คลิ๊ก Compose บนแถบเมนูหลัก.
กรองชื่ออีเมล์ของผู้รับในช่อง To . ต้องกรองอีเมล์อย่างน้อย1ชื่อในช่อง.
(ข้อกำหนดเพิ่มเติม) กรอกชื่ออีเมล์ของผู้รับท่านอื่นเพิ่มเติมในช่อง Cc และ Bcc .
(ข้อกำหนดเพิ่มเติม) กรอกชื่อหัวข้อจดหมายในช่อง Subject .
เขียนข้อความจดหมายของคุณลงในช่องขนาดใหญ่.
คลิ๊ก Send Message เมื่อคุณเสร็จสิ้นการเขียนข้อความของคุณ. ข้อความยืนยันการส่งจะแสดงขึ้นมาหลังจากจดหมายได้ถูกส่งออกเรียบร้อยแล้ว.
การเขียนจดหมายใหม่.
กรอกที่ตั้งพร้อมชื่อไฟล์ที่ต้องการจะแนบในช่อง Attach .
หากคุณไม่ทราบที่ตั้งของไฟล์. ให้คลิ๊กปุ่ม Browse ซึ่งอยู่ถัดจากช่อง Attach . หน้าต่างวินโดว์จะแสดงขึ้นมาเพื่อให้ค้นหา.
เปิดช่องเอกสารซึ่งบรรจุแฟ้มที่คุณจะแนบ. กดบนแฟ้ม. ชื่อของแฟ้มจะปรากฏโดยอัตโนมัติในช่อง File
name .
คลิ๊ก Open. หน้าต่างวินโดว์จะปิดลงไปและชื่อไฟล์ที่จะแนบจะแสดงขึ้นในช่อง Attach .
คลิ๊ก Send Message.
*บันทึก: สามารถแนบไฟล์ขนาดใดก็ได้. อย่างไรก็ตาม,
พื้นที่เก็บจดหมายของคุณจะจำกัดอยู่ที่ 6MB. จดหมายที่ถูกส่งออกทั้งหมดจะถูกเก็บอยู่ในช่องเอกสารส่ง.
การแนบไฟล์ใหญ่ๆอาจจะทำให้พื้นที่ในช่องเอกสารส่งจดหมายของคุณไม่เพียงพอ.
คุณสามารถเลือกที่จะไม่เก็บรักษาจดหมายส่งออกได้โดยการตั้งค่าการใช้งาน.
เปิดจดหมาย.
คลิ๊ก Reply เพื่อตอบกลับถึงเจ้าของจดหมายเท่านั้น. คลิ๊ก Reply
All เพื่อตอบกลับให้ผู้รับทั้งหมดที่อยู่ในจดหมาย.ข้อความใหม่จะปรากฏพร้อมกับข้อความที่เป็นต้นฉบับ.
ใส่หัวเรื่องจดหมายใหม่ที่ช่อง Subject .
เขียนจดหมายที่ต้องการส่งและคลิ๊ก Send
Message.
เปิดจดหมายขึ้นมา.
คลิ๊ก Forward.
ข้อความใหม่จะปรากฏพร้อมกับข้อความต้นฉบับ
และหัวเรื่องจะแสดงในช่อง Subject .
กรอกที่อยู่อีเมล์ที่คุณต้องการจะส่งจดหมายต่อ. จะต้องกรอกที่อยู่อีเมล์อย่างน้อย1ชื่อ.
เขียนข้อความของคุณ.
คลิ๊ก Send Message.
Cc (ก๊อปปี้คาร์บอน)
กรอกที่อยู่อีเมล์ของผู้รับลงในช่อง Cc . ผู้รับทั้งหมดจะเห็นที่อยู่ในส่วน
Cc .
Bcc
(ก๊อปปี้คาร์บอนแบบซ่อน)
กรอกที่อยู่อีเมล์ของผู้รับที่ลงในช่อง Bcc . ผู้รับอื่นจะไม่เห็นที่อยู่ในส่วน
Bcc.
องค์ประกอบภายในกล่องจดหมาย
หน้ากล่องจดหมาย
ซึ่งประกอบด้วยฟังก์ชั่นมากมาย มีองค์ประกอบที่สำคัญดังนี้
เมนูด้านซ้าย: กดลิงค์ กล่องจดหมาย ที่เมนูด้านซ้าย
เมนูด้านซ้ายนี้เป็นส่วนที่เป็นโครงสร้างของบัญชีในการจัดเก็บข้อมูล
นอกจากกล่องจดหมาย แล้วยังมีกลุ่มของจดหมายดังนี้
o ติดดาว: คือรายการจดหมายที่เลือกให้ติดดาวไว้เพื่อจัดแยกหมวดหมู่ของจดหมาย
o การแชท: คือรายการการสนทนาผ่าน Google Talk ที่ผ่านมาแล้ว
o จดหมายที่ส่งแล้ว: คือรายการจดหมายที่ถูกส่งออกไปแล้ว
o ร่างจดหมาย: คือรายการจดหมายที่เขียนและบันทึกเป็นร่างจดหมายไว้
o จดหมายทั้งหมด: คือรายการจดหมายทั้งหมดรวมทั้งที่เก็บลงฐานข้อมูล(Archive)ไว้ด้วย
o จดหมายขยะ: คือรายการจดหมายที่ถูกตรวจสอบจากระบบว่าเป็น SPAM
o ถังขยะ: คือรายการจดหมายที่ถูกลบ
· การค้นหา: แบ่งออกเป็น 2 แบบ ดังนี้
o ค้นหาจดหมาย: สามารถใช้ฟังก์ชั่นเพื่อค้นหาจดหมายได้โดยใส่ข้อความที่เฉพาะเจาะจงในการค้นหาแล้วกดปุ่ม ‘ค้นหาจดหมาย’
o ค้นหาในเว็บ: สามารถใช้ฟังก์ชั่นเพื่อค้นหาข้อมูลในเว็บได้โดยใส่ข้อความที่เฉพาะเจาะจงในการค้นหาแล้วกดปุ่ม ‘ค้นหาในเว็บ’
การอ่านจดหมาย
การอ่านจดหมาย
เมนู INBOX
หน้าจอแรกที่ปรากฏคือ INBOX เป็นส่วนที่แสดงรายการจดหมายที่ได้รับ หากหน้าจอของท่านไม่แสดง INBOX ท่านสามารถเปิดหน้าต่างของ INBOX โดยคลิกที่ มุมบนซ้ายของหน้าต่าง
2.1 รายละเอียดต่าง ๆ ของรายการจดหมายใน INBOX มีดังนี้
สัญลักษณ์ใน inbox
Date แสดงวันที่ที่ส่งจดหมาย
From แสดงชื่อผู้ส่งจดหมาย
Subject แสดงหัวเรื่องของจดหมาย
Size แสดงขนาดของจดหมาย
 | หมายถึง จดหมายที่ตอบแล้ว |
| หมายถึึง จดหมายที่ยังไม่ได้อ่าน |
| หมายถึง มีแฟ้มข้อมูลส่งมากับจดหมายด้วย |
| หมายถึง ช่องระบุความต้องการเลือกจดหมายฉบับนั้น |
- หากต้องการอ่านจดหมายฉบับใดให้คลิกที่ชื่อผู้ส่งหรือหัวเรื่องของจดหมายฉบับนั้น
เนื้อหาของจดหมายฉบับนั้นจะปรากฏขึ้นดังตัวอย่าง
การตอบจดหมายกลับ
ขั้นตอนการตอบกลับจดหมาย
1. เปิดอ่านจดหมายฉบับที่ต้องการจะตอบจดหมายกลับ
|
คำแนะนำ : การตอบกลับจดหมายควรลบรายละเอียดของเนื้อหาจดหมายของผู้ที่ส่งมาให้เราเสียก่อน
จากนั้นค่อยพิมพ์เนื้อหาจดหมายที่เราจะส่งตอบกลับจดหมายไป
|
การส่งต่อจดหมาย
|
การส่งต่อจดหมาย
ท่านสามารถส่งต่อจดหมายที่ท่านได้รับไปให้บุคคลอื่นได้
โดยสามารถทำได้ 2 แบบ ได้แก่
- ส่งต่อจดหมายแบบ Redirect หมายถึง
การส่งต่อจดหมายโดยคงชื่อผู้ส่งเดิมไว้
- ส่งต่อจดหมายแบบ Forward หมาย ถึง
การส่งต่อจดหมายโดยใช้ชื่อผู้ส่งต่อ
เนื้อหาของจดหมายที่ส่งต่อสามารถถูกดัดแปลง แก้ไข เพิ่มเติม
หรือถูกลบออกโดยผู้ส่งต่อได้
5.1 ส่งต่อจดหมายแบบ Redirect ( จดหมายที่คงชื่อผู้ส่งจดหมายคนเดิม)
5.1.1 คลิกที่ Redirect
5.1.2 พิมพ์ที่อยู่อีเมลของผู้รับ
5.1.3 คลิกที่ Send Message เพื่อส่งจดหมาย
5.2 การส่งจดหมายแบบ Forward (ชื่อผู้ส่งต่อจดหมายเป็นชื่อผู้ส่งจดหมาย)
5.2.1 คลิกที่ Forward
5.2.2 พิมพ์ชื่อที่อยู่อีเมลของผู้รับ
ผู้ส่งสามารถเพิ่มเติมข้อความหรือ ลบข้อความตามที่ต้องการก่อนส่งต่อจดหมายได้
5.2.3 คลิกที่ Send Message เพื่อส่งจดหมาย
|
การลบจดหมาย
|
เมื่อท่านใช้บริการรับส่งจดหมาย
e-Mail
มาถึงระดับหนึ่ง
จดหมายจะเต็มกล่องเก็บจดหมาย เมื่อจดหมายเต็มกล่องเก็บแล้วจะส่งผลให้โปรแกรม Mail ไม่ทำงาน
การจัดการลบจดหมายจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่ง ขั้นตอนการลบจดหมายมีดังนี้
ขั้นตอน
1. คลิกที่ Inbox เมื่อคลิกแล้วจะได้กรอบ Inbox ดังภาพ
2. จากนั้นคลิกเครื่องหมายถูกที่กรอบสี่เหลี่ยม ดังภาพ
แล้วคลิกปุ่ม Delete ตามลำดับ
3.จดหมายก็จะถูกลบออกจากกล่อง Inbox จดหมายที่ถูกลบออกไปจะถูกนำไปเก็บที่
Trash
Can และจะถูกลบโดยอัตโนมัติต่อไป
นั้นหมายความว่าหากท่านลบจดหมายผิด ท่านยังสามารถกู้จดหมาย จากกล่อง Trash Can นี้ได้ โดยการ คลิกที่ Trash Can แล้วคลิกเครื่องหมายถูกในกรอบสี่เหลี่ยมหน้าจดหมายที่ต้องการกู้
จากนั้นมาคลิกที่เมนู Recover to Folder แล้วเลือกกล่องจดหมายที่ต้องการกู้ไปเก็บไว้ ดังภาพ
การกู้จดหมายกลับคืน
1.คลิกที่Trash
2.คลิกเลือกที่จดหมายที่ต้องการกู้
3.คลิกที่Moveเพื่อกำหนดสถานที่ที่จะนำจดหมายจากถังขยะไปเก็บไว้
4.(NewFolder)ให้สร้างโฟลเดอร์ไหม่ที่ต้องการเก็บจดหมาย
5.Inboxให้นำจดหมายไปเก็บไว้ในกล่องจดหมายเข้า
6.ถ้าต้องการลบจดหมายก็เพียงแต่คลิกที่จดหมายแล้วคลิกที่Delete
|